Guides · 6 นาทีอ่าน

เวลาที่ดีที่สุดในการส่ง Cold Email: เลือกวันและเวลาอย่างไรให้คนตอบกลับมากที่สุด

เรียนรู้วิธีเลือกเวลาส่ง Cold Email สำหรับงาน B2B Outreach ให้ได้ผลดีที่สุด ทั้งช่วงเวลาที่เหมาะสมตามข้อมูลจริง การจัดการโซนเวลา การตั้งเวลาส่งใน Gmail และวิธีใช้ Mail Merge เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขาย

Mathias Gilson

เขียนโดย

Mathias Gilson

CEO, Qualtir

เวลาที่ดีที่สุดในการส่ง Cold Email: เลือกวันและเวลาอย่างไรให้คนตอบกลับมากที่สุด

ในหน้านี้

คุณเขียน Cold Email มาอย่างเฉียบคม รายชื่อผู้รับก็คัดมาอย่างดี แต่พอกดส่งตอน 4:47 นาทีของเย็นวันศุกร์ กลับไม่มีใครตอบกลับเลย เวลาที่ดีที่สุดในการส่ง Cold Email ไม่ใช่สูตรลับที่ซับซ้อน แต่มันคือกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณเข้าถึง Inbox ของกลุ่มเป้าหมายในจังหวะที่เขากำลังเคลียร์อีเมลพอดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ข้อความของคุณถูกเปิดอ่านและได้รับความสนใจ

ทีม B2B ส่วนใหญ่มักเลือกส่งใน “เช้าวันอังคาร” โดยไม่ทราบเหตุผล หรือส่งแบบหว่านแหโดยไม่สนใจโซนเวลา คู่มือนี้จะเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกให้กลายเป็นตารางเวลาที่ใช้งานได้จริง ทั้งวันและเวลาที่ทำผลงานได้ดีที่สุด วิธีส่งตามเวลาท้องถิ่นของผู้รับ และวิธีตั้งเวลาส่งใน Gmail โดยที่คุณไม่ต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอ

ข้อมูลจากสถิติเกี่ยวกับการเลือกเวลาส่ง Cold Email

เวลาส่งมีผลต่อการเปิดอ่าน (Open Rate) ส่วนหัวข้ออีเมล ข้อเสนอ และความเป็นส่วนตัว (Personalization) มีผลต่อการตอบกลับ (Reply Rate) ทั้งสองอย่างนี้มีความสำคัญและไม่สามารถทดแทนกันได้

ผลการวิเคราะห์เวลาส่งของ ReachIQ จากอีเมล B2B หลายล้านฉบับพบว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดและแย่ที่สุดมีความต่างของอัตราการตอบกลับอยู่ที่ประมาณ 1.5% ถึง 2.5% ซึ่งถือว่ามีนัยสำคัญในระดับสเกลใหญ่ แต่ยังน้อยกว่าผลกระทบจากการปรับแต่งเนื้อหาให้เข้ากับผู้รับ (ประมาณ 3-5%) ดังนั้นควรเน้นที่คุณภาพของรายชื่อและเนื้อหาก่อน แล้วค่อยใช้เรื่องเวลาเป็นตัวคูณความสำเร็จ

ผลการศึกษาจาก WarmySender ที่รวบรวมข้อมูลอีเมล B2B กว่า 75,000 ฉบับในช่วงเดือนกรกฎาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 พบว่าการส่งในวันอังคารช่วงเวลา 9:00 - 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของผู้รับ มีอัตราการตอบกลับสูงถึง 4.8% ในขณะที่การส่งช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์มีอัตราตอบกลับเฉลี่ยเพียง 1.6% เทียบกับ 4.1% ในวันธรรมดา ซึ่งลดลงถึง 61%

โดยเฉลี่ยแล้ว อัตราการตอบกลับ Cold Email ในกลุ่ม B2B จะอยู่ที่ประมาณ 3.43% แคมเปญที่ดีจะทำได้ถึง 5-10% และแคมเปญระดับเทพอาจทะลุ 10% ได้หากกลุ่มเป้าหมายและเนื้อหาแม่นยำ การเลือกเวลาเพียงอย่างเดียวอาจไม่ทำให้คุณไปถึงจุดนั้นได้ แต่การเลือกเวลาที่ผิดก็อาจทำให้ข้อความดีๆ ของคุณสูญเปล่าได้เช่นกัน

ช่วงเวลาส่งที่แนะนำ (สำหรับ B2B Sales Outreach)

วันที่ดีที่สุด

อังคาร, พุธ, พฤหัสบดี

เวลาที่ดีที่สุด

8:00 - 11:00 น. (เวลาท้องถิ่นผู้รับ)

ช่วงเวลาสำรอง

13:00 - 15:00 น. (เวลาท้องถิ่นผู้รับ)

ควรหลีกเลี่ยง

วันหยุดสุดสัปดาห์, บ่ายวันศุกร์, หลัง 19:00 น.

หากคุณกำลังสร้างระบบการทำ Outreach ที่ทำซ้ำได้ ให้ใช้ช่วงเวลาเหล่านี้ควบคู่ไปกับขั้นตอนการทำงานที่ครบถ้วน คู่มือ Gmail cold email workflow ของเราจะช่วยครอบคลุมตั้งแต่การเตรียมรายชื่อ การปรับแต่งเนื้อหา การติดตามผล และการส่งอีเมลตามลำดับ เพื่อให้การเลือกเวลาเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ไม่ใช่แค่การเดาสุ่ม

วันที่ดีที่สุดของสัปดาห์ในการส่ง Cold Email

การส่งกลางสัปดาห์มักให้ผลลัพธ์ดีกว่าความวุ่นวายในวันจันทร์หรือช่วงที่คนกำลังเตรียมตัวเลิกงานในวันศุกร์

อังคาร ถึง พฤหัสบดี: ทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

วันอังคารมักเป็นวันที่ทำอัตราตอบกลับได้ดีที่สุด ตามด้วยวันพุธและวันพฤหัสบดี เพราะผู้รับได้เคลียร์งานค้างจากวันจันทร์ไปแล้วและยังมีสมาธิในการทำงานก่อนถึงสุดสัปดาห์

WarmySender รายงานว่าวันอังคารมีอัตราตอบกลับ 4.8%, วันพุธ 4.5% และวันพฤหัสบดี 4.3% หากคุณเลือกได้เพียงวันเดียว ให้เลือก วันอังคาร แต่ถ้าคุณส่งอีเมลเป็นชุด แนะนำให้กระจายการส่งตั้งแต่วันอังคารถึงพฤหัสบดี แทนที่จะอัดรวมกันในเช้าวันจันทร์

วันจันทร์: ใช้ได้ แต่ไม่แนะนำ

Inbox ในวันจันทร์มักจะเต็มไปด้วยอีเมลค้างจากวันหยุด ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และงานภายใน ทำให้ Cold Email ของคุณถูกดันไปอยู่ล่างสุด แม้จะยังมีการตอบกลับอยู่บ้าง แต่คุณต้องแข่งขันสูงกว่าปกติ

บางทีมเลือกเริ่มแคมเปญในวันจันทร์แล้วส่งอีเมลติดตามผล (Follow-up) ในวันพุธ เพื่อกระจายปริมาณงานโดยไม่ให้การส่งครั้งแรกไปกระจุกตัวอยู่ในช่วงเวลาที่วุ่นวายที่สุด

วันศุกร์: เก็บไว้สำหรับอีเมลติดตามผล

อัตราการตอบกลับในบ่ายวันศุกร์มักจะลดลงเพราะคนเริ่มโฟกัสกับการปิดงานก่อนหยุดเสาร์-อาทิตย์ หากคุณจำเป็นต้องส่งในวันศุกร์ ควรส่งในช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่นของผู้รับและใช้ข้อความที่สั้นกระชับ

วันหยุดสุดสัปดาห์: หลีกเลี่ยงสำหรับงาน B2B

อัตราการตอบกลับในวันเสาร์และอาทิตย์ต่ำมาก (ประมาณ 1.5% - 1.7%) นอกจากนี้ การส่งอีเมลในวันหยุดอาจทำให้ระบบคัดกรองอีเมลมองว่าเป็นการส่งแบบอัตโนมัติ (Spam) ได้

เวลาที่ดีที่สุดในแต่ละวันในการส่ง Cold Email

การเลือกวันช่วยกำหนดภาพรวม แต่การเลือกเวลาจะช่วยให้คุณอยู่บนสุดของ Inbox ได้

ช่วงเช้า (8:00 - 11:00 น.): เป้าหมายหลัก

ช่วงเวลา 8:00 - 10:00 น. คือช่วงที่คนส่วนใหญ่เปิดเช็คอีเมลครั้งแรกของวัน โดยเฉพาะช่วง 9:00 - 11:00 น. ที่มักได้รับอัตราตอบกลับสูงที่สุด

คำแนะนำ: ตั้งเวลาส่งอีเมลฉบับแรกไว้ที่ 9:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของผู้รับ

ช่วงบ่าย (13:00 - 15:00 น.): ทางเลือกสำรอง

หลังมื้อเที่ยงเป็นช่วงที่หลายคนเช็คอีเมลระหว่างรอประชุม อัตราตอบกลับอาจต่ำกว่าช่วงเช้าแต่ยังใช้งานได้ดี โดยเฉพาะสำหรับการส่งอีเมลติดตามผล

เวลาที่ควรหลีกเลี่ยง

หลัง 17:00 น. เป็นช่วงที่ความสนใจในงานลดลง ส่วนช่วงเช้ามืดก่อน 7:00 น. อาจดูเป็นการรบกวนเกินไป และอย่าส่งตอนตี 3 ของผู้รับเพียงเพราะมันสะดวกสำหรับคุณ การไม่คำนึงถึงโซนเวลาของผู้รับอาจทำให้ Open Rate ลดลงถึง 10-15%

ตารางสรุปเวลา (ตามเวลาท้องถิ่นผู้รับ)
ช่วงเวลา ประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับ
8:00 - 11:00 น. เปิดอ่านและตอบกลับสูงสุด การส่งอีเมลครั้งแรก
13:00 - 15:00 น. ปานกลาง อีเมลติดตามผล
หลัง 17:00 น. ต่ำ ควรหลีกเลี่ยง
วันหยุดสุดสัปดาห์ ต่ำที่สุด ควรหลีกเลี่ยง

ส่งตามโซนเวลาของผู้รับ ไม่ใช่เวลาของคุณ

การส่งตอน 9:00 น. จากนิวยอร์กจะไปถึงซานฟรานซิสโกตอน 6:00 น. ซึ่งเช้าเกินไป การส่งตามเวลาท้องถิ่นของผู้รับช่วยเพิ่มอัตราตอบกลับได้ 1-2% ซึ่งรวมแล้วมีผลมากหากคุณส่งอีเมลจำนวนมาก

วิธีจัดการโซนเวลา

  • เพิ่มคอลัมน์โซนเวลา ใน Google Sheets
  • จัดกลุ่มการส่ง ตามโซนเวลาเพื่อให้แต่ละชุดไปถึงในช่วง 8:00 - 11:00 น.
  • ใช้เครื่องมือช่วย เช่น Mail Merge เพื่อจัดการการส่งแบบกลุ่มจาก Google Sheets โดยไม่ต้องเปลี่ยนเวลาด้วยตัวเอง
Mail Merge logo ลองใช้ Mail Merge

ส่ง Cold Email แบบส่วนตัวจาก Gmail และ Google Sheets ได้ง่ายๆ พร้อมตั้งเวลาส่งให้ถึงมือผู้รับในเวลาที่เหมาะสมที่สุด

เริ่มต้นใช้งาน →
Mail Merge screenshot

ความแตกต่างตามอุตสาหกรรมและตำแหน่งงาน

  • การเงิน: 7:00 - 8:00 น. มักได้ผลดีเพราะคนทำงานเริ่มเช็คข้อมูลก่อนตลาดเปิด
  • Tech/SaaS: ช่วงสายยังคงเป็นช่วงที่ดีที่สุด
  • สุขภาพ: ช่วงสายหรือพักเที่ยง (12:00 - 13:00 น.) อาจตรงกับตารางงานมากกว่า
  • ผู้บริหารระดับสูง: บางครั้งช่วง 21:00 - 23:00 น. อาจได้ผลดีเพราะเป็นช่วงที่เขามักเช็คอีเมลผ่านมือถือ

การส่ง Cold Email สำหรับการหางาน

การหางานก็มีจังหวะที่คล้ายกัน โดยควรส่งถึง Recruiter ในวันอังคาร-พฤหัสบดี ช่วง 8:00 - 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเขา และควรติดตามผลหลังจากผ่านไปประมาณ 5 วันทำการ

วิธีตั้งเวลาส่งอีเมลใน Gmail

Gmail มีฟีเจอร์ Schedule send ที่ช่วยให้คุณเขียนอีเมลไว้ก่อนแล้วตั้งเวลาส่งได้ตามต้องการ:

  1. เขียนอีเมลใน Gmail
  2. คลิก ลูกศรชี้ลง ข้างปุ่ม Send (ส่ง)
  3. เลือก Schedule send (กำหนดเวลาส่ง)
  4. เลือกเวลาที่ต้องการ

ฟีเจอร์นี้รองรับการส่งอีเมลทีละฉบับ หากคุณต้องการส่งแบบกลุ่มจำนวนมากพร้อมตั้งเวลาแยกตามโซนเวลา แนะนำให้ใช้ Mail Merge เพื่อจัดการแคมเปญในระดับมืออาชีพ

สรุปขั้นตอนการทำงาน

  1. กำหนดช่วงเวลามาตรฐาน: เริ่มที่วันอังคาร-พฤหัสบดี ช่วง 9:00 น. ตามเวลาผู้รับ
  2. ทำความสะอาดรายชื่อ: คัดอีเมลที่ใช้งานไม่ได้ออกและระบุโซนเวลา
  3. เขียนเนื้อหาให้โดนใจ: เนื้อหาที่ดีสำคัญกว่าเวลาที่เป๊ะ
  4. จัดคิวการส่งตามโซนเวลา: ทยอยส่งตามโซนเวลาของผู้รับ
  5. ติดตามผล: ดู Open Rate และปรับการส่งอีเมลติดตามผล
  6. ทดสอบเป็นระยะ: พฤติกรรมผู้รับเปลี่ยนไปตามฤดูกาลและเทศกาล

FAQ

ควรส่ง Cold Email เวลาไหน?

ควรส่ง Cold Email เวลาไหน?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ 8:00 - 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของผู้รับ ในวันอังคารถึงพฤหัสบดีครับ

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการส่ง Cold Outreach คือเมื่อไหร่?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการส่ง Cold Outreach คือเมื่อไหร่?
วันอังคาร เวลา 9:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นผู้รับ คือช่วงเวลาที่ทำผลงานได้ดีที่สุดครับ

ตั้งเวลาส่งอีเมลใน Gmail ได้ไหม?

ตั้งเวลาส่งอีเมลใน Gmail ได้ไหม?
ได้ครับ โดยใช้ฟีเจอร์ Schedule send ใน Gmail ซึ่งคุณสามารถกำหนดวันและเวลาที่ต้องการส่งได้ล่วงหน้า

ถ้าหางานอยู่ ควรส่งอีเมลตอนไหน?

ถ้าหางานอยู่ ควรส่งอีเมลตอนไหน?
แนะนำให้ส่งวันอังคาร-พฤหัสบดี ช่วง 8:00 - 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของ Recruiter ครับ

สรุป: วางระบบให้เป็นนิสัย ไม่ใช่แค่การเดา

เวลาที่ดีที่สุดคือ วันอังคาร-พฤหัสบดี ช่วง 8:00 - 11:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของผู้รับ เมื่อตั้งเวลาได้แล้ว ให้ใช้ Mail Merge เพื่อทำให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าอีเมลทุกฉบับจะถึงมือผู้รับในจังหวะที่เหมาะสมที่สุดเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง